มีทองแบบไหนที่สร้างกำไรให้เราได้

มีทองแบบไหนที่สร้างกำไรให้เราได้

ทอง ถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งที่มีความผันผวนและความเสี่ยง แต่ก็เป็นสิ่งที่ลงทุนง่ายและซื้อหาได้ไม่ยาก คนไทยคุ้นเคยกับการลงทุนแบบนี้ค่อนข้างดี และยิ่งทองถือเป็นทรัพยากรที่มีจํากัด หลายคนจึงคาดการณ์ได้ว่าราคาทองคํามีแนวโน้มจะปรับตัวขึ้นในระยะยาวเช่นเดียวกับที่ผ่านมาในอดีต แต่การลงทุนทองแต่ละครั้งควรคำนึงถึงเรื่องใดบ้าง เราไปดูกัน

1. ราคาเงินดอลล่าในแต่ละช่วง : ช่วงที่เราจะซื้อทองนั้น ราคาดอลล่ามีความผันผวนหรือไม่ เพราะทองคำซื้อขายเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ เมื่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ราคาทองคำก็มักจะปรับตัวเพิ่มขึ้น

2. ค่าบล็อกและค่ากำเหน็จที่ต่างกัน : คนไทยหลายคนเมื่อมีเงินมักเก็บเงินในรูปแบบของทองรูปพรรณ เพื่อความสวยงาม และความเชื่อที่ว่าทองคำมีมูลค่าเพิ่มแต่จริง ๆ แล้วถ้าเราต้องการเก็บทองเพื่อสร้างกำไร ควรเก็บทองเป็นทองคำแท่ง เพราะมีค่าบล็อกที่ถูกกว่าค่ากำเหน็จทองรูปพรรณ อยู่ที่ราว ๆ 500-600 บาท และถ้าซื้อ 5 บาทขึ้นไปก็ไม่มีค่าบล็อกด้วยซ้ำ

3. ราคารับซื้อคืนทองคำแท่ง : ราคารับซื้อคืนทองคำแท่ง จะถูกรับซื้อในราคาที่สูงกว่า ดังนั้นการซื้อขายแต่ละรอบ ทองคำแท่ง 1 บาท กับทองรูปพรรณ 1 บาท มีส่วนต่างกันอยู่ถึงประมาณ 1,500-1,600 บาทเลยทีเดียว

4. รูปแบบการซื้อขายที่เราสะดวกและเข้าใจ : ทยอยซื้อด้วยตัวเองที่ร้านทองทั่วไป หรือจะดำเนินการซื้อขายทองคำแท่งผ่านระบบออนไลน์กับบริษัทค้าทอง ซึ่งอาจส่งคำสั่งซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ หรือแจ้งซื้อขายทางโทรศัพท์ โดยยึดราคาทองต่างประเทศ โดยมากราคารับซื้อและราคาขายออกจะต่างกันไม่ถึง 100 บาท และมีมาร์เก็ตติงให้คำปรึกษาด้านการลงทุนตลอดระยะเวลาการเทรดทอง หรือจะทำการออมทองโดยเน้นทยอยซื้อรายเดือน เป็นจำนวนเงินที่เท่า ๆ กันทุกเดือน โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อร้านทองที่ได้มาตรฐานจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือสคบ. ได้จาก Website สมาคมค้าทองคำโดยตรง

5. กำหนดจุดได้ จุดเสีย อย่าโลภ : ดูตัวเองว่าเราต้องการกำไรทองคำที่เท่าไหร่ และคำนวณไว้ว่าเมื่อทองขึ้นเท่าไหร่ เราจะทำการขายเพื่อเอากำไร หรือเมื่อราคาทองลงเราสามารถรับได้ต่ำสุดที่ราคาเท่าไหร่

6. ทองคำแท่งไม่ได้มีการระบุกรรมสิทธิ์เสี่ยงถูกขโมย : หากลงทุนออมในรูปแบบการซื้อทองคำแท่ง จะมีความยุ่งยากในการเก็บรักษา เพราะการซื้อทองไม่เหมือนการซื้อหุ้นหรือการลงทุนในรูปแบบอื่น เนื่องจากเป็นการครอบครองทองคําจริง ๆ ที่ไม่ได้มีการระบุกรรมสิทธิ์ จึงเสี่ยงจากการถูกลักขโมยและนําไปขายต่อ

สุดท้ายเราต้องดูจากพฤติกรรมและความต้องการของเราเองว่าการลงทุนในทองคำเป็นการลงทุนที่เหมาะกับเราหรือไม่ หรือการออมทองเป็นช่องทางที่ดีสำหรับเงินลงทุนของเราหรือเปล่า พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายของการลงทุน และรูปแบบการลงทุนให้ชัด จะเลือกลงทุนระยะสั้น ระยะยาว จะออมทอง หรือจะซื้อขายด้วยตัวเอง ทั้งหมดนี้ในฐานะนักลงทุนคงต้องพิจารณาความพร้อมของตนเองกัน

source: sanook

 9,543 ,  4 

No Comments Yet

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

Siam Scope Magazine