‘คอสโม’ขยับสู่เครื่องมือทางการแพทย์

จากความชำนาญและมีเครื่องมือทำชิ้นส่วนนาฬิกาที่แม่นยำสูง คอสโมกรุ๊ปขยายไลน์เปิด “คอสโม เมดิเทค” เน้นกลุ่มวัสดุทางการแพทย์จากการวิจัย

จากความชำนาญและมีเครื่องมือทำชิ้นส่วนนาฬิกาที่แม่นยำสูง คอสโมกรุ๊ปขยายไลน์เปิด “คอสโม เมดิเทค” เน้นกลุ่มวัสดุทางการแพทย์จากการวิจัย นำร่องรับถ่ายทอดเทคโนโลยีกระดูกต้นแขนท่อนบนเทียม ผลงานวิจัยไทยสู่การใช้ประโยชน์จริง

“คอสโมและบริษัทในเครือผลิตชิ้นส่วนนาฬิกาให้กับแบรนด์นานาชาติมากว่า 53 ปี กระทั่งลูกชายมีโอกาสได้ฝึกงานที่ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค สวทช.) และได้พูดคุยกับวิศวกรที่ดูแลโครงการ ”กระดูกต้นแขนเทียมเพื่อคนไข้มะเร็งกระดูก“ จึงมองเห็นโอกาสที่จะเข้ามาร่วมในแง่ของการผลิตต้นแบบ” เมย์ มหาดำรงค์กุล รองประธานบริษัท คอสโม เมดิเทค จำกัด ในเครือคอสโมกรุ๊ป กล่าว

เทคโนโลยีที่คนไทยเข้าถึง

ชิ้นส่วนกระดูกเทียมท่อนแขนส่วนบนเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไม่สามารถเบิกได้จาก สปสช. การซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ชิ้นดังกล่าวนั้น ส่วนใหญ่มีราคาแพงเพราะนำเข้าจากต่างประเทศ ราคาเริ่มต้น 1.50-4.0 แสนบาท จึงมีคนไข้จำนวนมากที่เข้าไม่ถึงวัสดุนี้

“เรามีความพร้อมเรื่องเครื่องจักร อุปกรณ์และฝีมือแรงงานที่มีประสบการณ์การทำงานกับเครื่องจักรที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งจำเป็นต่อการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ และเป็นโอกาสดีในการทำตลาดเมื่อเทรนด์โลกมุ่งมาที่แง่สุขภาพ ในขณะเดียวกันก็มองว่า หากเราสามารถผลิตเองได้ภายในประเทศและมีต้นทุนต่ำ ก็จะช่วยเหลือคนไข้ได้มาก” เมย์กล่าว

คอสโมเมดิเทคได้ลงทุนเพิ่มในส่วนของพื้นที่ที่เป็นห้องคลีนรูมระดับต่างๆ ที่ได้มาตรฐานไอเอสโอเพิ่มขึ้นในพื้นที่โรงงานผลิตชิ้นส่วนนาฬิกาที่มีอยู่แล้ว และอยู่ระหว่างยื่นขออนุญาตสิทธิการผลิตกระดูกต้นแขนเทียมส่วนบนเชิงพาณิชย์จากเอ็มเทค และยื่นขอมาตรฐานที่จำเป็นต่างๆ รวมถึง อย. คาดว่าจะพร้อมผลิตและจำหน่ายในช่วงปลายปี 2560

“ขณะที่การขึ้นบัญชีนวัตกรรมน่าจะช่วยให้การเบิกจ่ายได้ในกองทุนหลักของประเทศ ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ป่วยโรคมะเร็งกระดูก ขณะเดียวกันก็เป็นราคาที่เหมาะสม ที่ทำให้บริษัทสามารถผลิตได้ต่อเนื่อง”

คอสโมเมดิเทคยังมีแผนที่จะร่วมวิจัยและต่อยอดงานวิจัยวัสดุทางการแพทย์ในเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง โดยมี 2 โครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ เลนส์แก้วตาเทียมที่ร่วมกับโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) และสะโพกเทียม งานวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ทั้งนี้ แพทย์ไทยมีศักยภาพในการทำวิจัยและพัฒนาวัสดุทางการแพทย์ ที่มีความจำเพาะกับคนไทยในราคาที่เหมาะสม ในขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของแพทย์ และเอื้อให้คนเข้าถึงบริการสาธารณสุขมากขึ้น อีกทั้งเมื่อต่างประเทศรู้ว่าประเทศไทยสามารถผลิตได้เอง ราคาของต่างประเทศก็อาจจะปรับลดได้อีก คนไข้ก็จะได้ประโยชน์มากขึ้น

วัสดุการแพทย์พันธุ์ไทย

“กระดูกและข้อโลหะต้นแขนส่วนบน” ผลงานวิจัยและพัฒนาภายใต้โครงการผลิตโลหะทดแทนกระดูก โดย นพ.ปิยะ เกียรติเสวี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลเลิดสิน และกลุ่มศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ อนุสาขาเนื้องอกกระดูกและเนื้อเยื่ออ่อน ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ร่วมกับเอ็มเทค ขณะนี้อยู่ในช่วงรอเก็บข้อมูลหลังการทดสอบใช้งานจริง

ในส่วนของบริษัทคอสโมเมดิเทคมีความสนใจอยากผลิตอุปกรณ์ดังกล่าว จึงเสนอตัวร่วมผลิตตามสเปคที่ทีมวิจัยต้องการ ใช้เวลาประมาณ 1 ปีเศษจึงสามารถขึ้นรูปต้นแบบอุปกรณ์ “กระดูกและข้อโลหะต้นแขนส่วนบน” ที่สามารถผลิตออกมาใช้กับผู้ป่วยมะเร็งกระดูกต้นแขนส่วนบนได้ในที่สุด

นายกฤษณ์ไกรพ์ สิทธิเสรีประทีป หัวหน้าห้องปฏิบัติการอุปกรณ์การแพทย์ หน่วยวิจัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ เอ็มเทค กล่าวว่า วัสดุที่ใช้ทำกระดูกและข้อโลหะต้นแขนส่วนบน มีทั้งโคบอล โคเมียม อัลลอย์ ส่วนแกนกลางของอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมกับกระดูกจริงของผู้ป่วยมะเร็งกระดูกทำจากวัสดุไททาเนียม มีคุณสมบัติแข็งแรงทนทาน แต่เบา และเข้ากับร่างกายได้ดี ไม่เกิดการต่อต้าน

ขณะนี้ได้ทดสอบการใช้งานทางคลินิกในผู้ป่วยมะเร็งกระดูก 10 คนใน 3 โรงพยาบาล ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการจริยธรรมวิจัยในมนุษย์ของทั้ง 3 แห่ง มาเป็นระยะเวลาหนึ่ง และมีผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ ไม่มีโรคแทรกซ้อน พบว่าไม่มีการติดเชื้อ หรือปัญหาการหลุดของชิ้นส่วนแต่อย่างใด เป็นที่พอใจของแพทย์และผู้ป่วย

ตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0

นายกวิน การุณรัตนกุล นักวิจัยห้องปฏิบัติการอุปกรณ์การแพทย์ กล่าวว่า นวัตกรรมนี้เหมาะกับคนไข้กลุ่มปฐมภูมิ ที่พบว่าเป็นมะเร็งกระดูกแขนเหนือข้อศอก ซึ่งจะพบมากในกลุ่มเด็กและเยาวชน หากตรวจพบแล้วสามารถรักษาก่อนที่จะลามไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ จะใช้วิธีการเปลี่ยนเอา“กระดูกและข้อโลหะต้นแขนส่วนบน” ไปใส่แทนกระดูกแขนที่เป็นมะเร็ง ซึ่งต้องตัดกระดูกส่วนที่เป็นมะเร็งออก

วิธีการนี้จะช่วยให้คนไข้อยู่ได้นานขึ้น ลดการเสียชีวิต โดยเฉพาะคนไข้เด็กที่มีโอกาสผ่าตัดใส่กระดูกและข้อโลหะต้นแขนส่วนบน แล้วรักษาหายและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในวัยทำงานไม่เป็นภาระกับสังคม แม้ว่าจะขยับได้ไม่ 100% แต่ก็ยังมีแขนที่ขยับใช้งานได้ และสามารถกลับมาเรียนจนจบมีอาชีพการงานและคุณภาพชีวิตที่ดี

ในส่วนของการวิจัย ถือเป็นการสะสมองค์ความรู้เรื่องวัสดุทางการแพทย์ โดยเฉพาะเรื่องการทำชิ้นส่วนเทียมที่ใช้กับร่างกายมนุษย์ ซึ่งหากทำชิ้นนี้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ในอนาคตเมื่อมีองค์ความรู้มากขึ้น ก็สามารถทำชิ้นส่วนอื่นๆ เช่น ข้อเข่า สะโพก ที่มีความยากขึ้นมาอีกระดับหนึ่งได้ ปริมาณการใช้ของผู้ป่วยก็จะเพิ่มมากขึ้น คนไข้มีโอกาสได้ใช้งานในราคาที่เข้าถึงได้

ผลงานวิจัยดังกล่าวสามารถใช้ประโยชน์ได้จริงลดการพึ่งพาเทคโนโลยีต่างประเทศ สร้างความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมการแพทย์อย่างยั่งยืน จึงตอบโจทย์ไทยแลนด์ 4.0 โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการแพทย์ ซึ่งเป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรม New S- Curve เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

 ที่มา: bangkokbiznews.com

8,232 total views, 3 views today

No Comments Yet

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!