TMS ทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคซึมเศร้า หายขาดได้โดยไม่ต้องใช้ยา

TMS ทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคซึมเศร้า หายขาดได้โดยไม่ต้องใช้ยา

กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคนไปซะแล้วสำหรับการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ทราบหรือไม่ว่าโรคนี้มีจำนวนคนไข้เป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มจิตเวช ปัจจุบันคนไทยป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามากถึง 10% ของประชากรทั้งหมด สาเหตุมีทั้งจากสิ่งเร้าที่เกิดจากการใช้ชีวิตในสภาพสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งก่อให้เกิดความเครียด ความขัดแย้ง การพลัดพราก การสูญเสีย ฯลฯ และที่หลายคนอาจจะไม่ทราบคือพันธุกรรมหรือลักษณะทางชีวภาพก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญ ใครที่มีคนในครอบครัวเป็นโรคซึมเศร้ามาก่อนก็จะมีโอกาสเป็นมากกว่าปกติ

ซึมเศร้า หรือยัง?

จะทราบได้อย่างไรว่ากำลังเป็นโรคซึมเศร้า เรามีวิธีสังเกตตัวเองเบื้องต้นมาบอกกัน

มีอาการซึมเศร้าตลอดทั้งวัน

ไม่สามารถดึงตัวเองกลับสู่ภาวะปกติได้

เป็นเรื้อรัง 3 เดือนขึ้นไป

มีอาการทางกายอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น เบื่ออาหาร น้ำหนักลด นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย หรือรับประทานเก่งขึ้นจนควบคุมไม่ได้ ทั้งที่ไม่ได้อยากก็รับประทานไปเรื่อยๆ

แนวทางในการรักษาโรคซึมเศร้า

หากมีอาการที่กล่าวมาข้างต้นก็ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ทันที และเมื่อผลวินิจฉัยออกมาว่าเป็นโรคซึมเศร้า แนวทางการรักษาที่เราคุ้นเคยกันคือการรับประทานยาที่ช่วยเติมสารสื่อประสาทที่บกพร่องให้ค่อยๆกลับมาอยู่ในภาวะปกติ สำหรับรายที่เป็นหนักจะใช้วิธีช็อตไฟฟ้าสมองเพื่อทำให้เกิดอาการชัก ส่งผลให้สมองเกิดการรีเซ็ตใหม่ ภาวะซึมเศร้าก็จะดีขึ้นได้

การกระตุ้นกระแสไฟฟ้าสมองด้วยคลื่นแม่เหล็ก ทางเลือกใหม่ในการรักษา

การกระตุ้นกระแสไฟฟ้าสมองด้วยคลื่นแม่เหล็ก Transcranial Magnetic Stimulation (TMS) เป็นอีกหนึ่งวิธีการรักษาที่เหมาะกับผู้ป่วยที่ไม่ชอบรับประทานยา ดื้อยา หรือมีภาวะข้างเคียงจากการรับประทานยา เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว ฝันร้าย มากกว่านั้นคืออาการซึมเศร้าแย่ลงหลังรับประทานยา

TMS คือการรักษาด้วยการปล่อยคลื่นแม่เหล็กขนาดสูงลงไปบนเนื้อสมองประมาณ 2 เซนติเมตร ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟฟ้าในเซลล์ประสาท เมื่อทำซ้ำหลายๆรอบ จะทำให้เซลล์ประสาทเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร มีการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ที่ดีขึ้น อาการของโรคซึมเศร้าก็จะดีขึ้นและสามารถหายขาดได้ โดยการรักษาจะขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละคน ในรายที่รับประทานยาแล้วไม่มีผลข้างเคียงอาจจะให้รับประทานยาควบคู่ไปกับการทำ TMS สำหรับคนที่มีอาการข้างเคียงมากแพทย์จะให้หยุดยาแล้วทำ TMS เพียงอย่างเดียว ส่วนกรณีที่ไม่เคยรักษาด้วยยามาก่อนก็สามารถรักษาด้วย TMS ได้เลย

การทำ TMS 1 ครั้งใช้เวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง ทำอย่างน้อย 3 ครั้ง ส่วนใหญ่หลังทำครั้งที่ 3 อาการจะดีขึ้นประมาณ 50% จากนั้นแพทย์จะประเมินว่าต้องทำอีกกี่ครั้งและทิ้งระยะห่างอย่างไร โดยรวมจะทำทั้งหมด 30 ครั้ง แต่หากหายจากโรคก่อนก็หยุดการรักษาได้เลย ในกรณีที่จบคอร์สแล้วยังมีช่วงที่อาการไม่นิ่งอยู่บ้าง แพทย์อาจนัดมากระตุ้นเดือนละ 1 ครั้งเพื่อให้อาการคงที่ต่อเนื่อง

 

ข้อดี-ข้อเสียของ TMS

ข้อดี

ได้ผลดีในรายที่มีอาการหนัก โอกาสที่อาการจะดีขึ้นประมาณ 70% และสามารถหายขาดได้

ปลอดภัย ผลข้างเคียงน้อยเมื่อเทียบกับการรับประทานยา บางรายมีเพียงอาการปวดหัวเล็กน้อยหลังการกระตุ้นเท่านั้น

หากเทียบกับเครื่องช็อตไฟฟ้าประสิทธิภาพการรักษาอาจเทียบเท่ากัน แต่ผลข้างเคียงต่างกันมาก การช็อตไฟฟ้าจะทำให้สมองเสื่อมลง ความจำระยะสั้นเกิดความเสียหายชั่วขณะ ในขณะที่ TMS ไม่มีเลย ในบางรายทำแล้วความจำดีขึ้นด้วย

ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการบริการแล้วกลับบ้านได้เลย แต่สำหรับการช็อตไฟฟ้าต้องนอนพักอย่างน้อย 1 คืนเพื่อดูอาการ

 

ข้อเสีย

จากงานวิจัยมีโอกาสเกิดอาการลมชักหลังการกระตุ้น แต่พบน้อยมากเพียง 1 ใน 10,000 เท่านั้น

TMS เป็นที่ยอมรับในอเมริกาและยุโรป สำหรับเมืองไทยเทคโนโลยีทางการแพทย์นี้ได้เข้ามามีส่วนในงานวิจัย 2-3 ปี และเริ่มมีสถานพยาบาลให้บริการแล้วแต่อาจยังไม่แพร่หลายนัก หนึ่งในนั้นคือ คลินิกสมองแพทย์อิทธิกร Neuro Clinic ภายใต้การดูแลของนายแพทย์อิทธิกร เลาหทัยเวคิน ซึ่งเป็นผู้ที่มาให้ความรู้กับเราในบทความนี้นั่นเอง

สำหรับใครที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแล้วไม่อยากรับประทานยา หรือรักษาด้วยยาและการช็อตไฟฟ้าแล้วไม่ได้ผล เกิดผลข้างเคียงมาก TMS น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาที่น่าสนใจ เพราะทั้งปลอดภัยและไม่มีผลข้างเคียง และนอกจากจะสามารถรักษาโรคซึมเศร้าได้แล้ว โรคอื่นๆที่เกี่ยวกับระบบประสาทอย่าง ไมเกรน ภาวะสมองเสื่อม อัมพฤกษ์ อัมพาต เส้นเลือดในสมองตีบ พาร์คินสัน ย้ำคิดย้ำทำ และการติดสารเสพติด ก็สามารถรักษาด้วยวิธีนี้ได้

คลินิกสมองแพทย์อิทธิกร Neuro Clinic

88/124 ถ.เทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.10900

โทร. 086-821-1132

www.neurotelemedicine.com

www.facebook.com/aitthineuroclinic

เครดิต: issue247.com

851 total views, 6 views today

No Comments Yet

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!