เปิดรั้วสาธิตแห่ง ม.ธรรมศาสตร์ ‘หลักสูตรใหม่ ไม่มีเกรด ไม่มีสอบ ไม่ต้องแต่งชุดนักเรียน’

โรงเรียนสาธิตแห่งใหม่ของประเทศไทย
โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยตั้งอยู่ติดกับคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดรับนักศึกษาได้ 2 รุ่น หลายคนเข้าใจว่าคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์มุ่งเน้นผลิตครู ซึ่งก็ไม่ผิด แต่จริงๆ แล้ว คณะนี้เน้นสร้างบุคลากรที่สามารถเข้าใจความหมายของการเรียนรู้และการศึกษาจากหลากหลายสาขา ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องเป็นครูอาจารย์ก็ได้

แน่นอนว่าหลักสูตรของคณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ และ หลักสูตรมัธยมของสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ย่อมมีความเชื่อมโยงกัน นักเรียนในโรงเรียนจึงถูกคาดหวังให้เข้าใจความหมายของการเรียนรู้และการศึกษาจากหลากหลายสาขา จึงก่อให้เกิดหลักสูตรที่เน้น “การบูรณาการ” นั่นเอง
หลักสูตรบูรณาการที่ไม่เหมือนที่ไหน

อาจารย์ศิริรัตน์ ศิริชีพชัยอนันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียน และ อาจารย์สิทธิโชค ทับทอง รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการและกระบวนการเรียนรู้ ได้เล่าถึงหลักสูตรของโรงเรียนว่า….
เพิ่งมีการเปิดรับนักเรียนรุ่นแรกเมื่อปีการศึกษาที่ผ่านมา เท่ากับว่าในตอนนี้มีเพียงนักเรียนชั้น ม.1 จำนวนประมาณ 100 คน ใน 4 ห้องเรียน และอาจารย์อีกประมาณ 30 ท่าน พร้อมมีกลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้ทั้งหมด 5 กลุ่มที่ได้เรียน ได้แก่

– กลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้มนุษย์และสังคม
– กลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
– กลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้สุนทรียทางศิลปะ
– กลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้การสื่อสารและภาษา
– กลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้สุขภาพและสุขภาวะ

โดยแต่ละกลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้ จะสอนประมาณ 2 คาบต่อสัปดาห์ ตกคาบละ 1 ชั่วโมงครึ่ง สำหรับระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้ที่ทางโรงเรียนเน้นให้เป็นพิเศษคือกลุ่มฯ การสื่อสารและภาษา นักเรียนจะได้เรียนภาษาอย่างเข้มข้น (ไทย อังกฤษ และจีน) เนื่องจากภาษาถือเป็นเครื่องมือพื้นฐานของการเรียนรู้

คำถามต่อมาคือ หากขึ้น ม.2 ไปแล้ว กลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้ไหนที่จะถูกเน้นเป็นพิเศษ? คำตอบคือ ชั้น ม.2 เน้นกลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้มนุษย์และสังคม เพื่อพัฒนาคุณลักษณะด้านสังคม และ ม.3 เน้นกลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพื่อพัฒนาระบบความคิดให้เป็นนามธรรมมากยิ่งขึ้น โดยหลักสูตรของโรงเรียนในช่วงแรกนั้นจะถูกวางแบบปีต่อปี เนื่องจากเพิ่งมีนักเรียนเพียงรุ่นเดียว การจะวางหลักสูตรปีต่อๆ ไป จำเป็นจะต้องประเมินดูผลการเรียนของเด็กก่อนว่า ผลออกมาเป็นเช่นไร เพราะจะต้องปรับให้เหมาะสมกับเด็กที่สุด นั่นแปลว่าทางโรงเรียนจะต้องดูแลจับตามองนักเรียนอย่างใกล้ชิดเพื่อนำผลสะท้อนนั้นมาสร้างหลักสูตรในปีต่อไป

ไม่มีการตัดเกรดให้นักเรียน
แล้วมีการสอบหรือไม่? ที่นี่จะไม่เรียกว่าการสอบ แต่เป็น สัปดาห์การวัดผลและการประเมิน เทอมละ 2 ครั้ง โดยอาจารย์แต่ละกลุ่มประสบการณ์การเรียนรู้จะออกแบบการวัดผลที่ไม่ใช่เพียงข้อสอบกาชอยซ์ แต่อาจจะวัดผลจากพฤติกรรมในห้องเรียนของนักเรียนคนนั้นว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีหรือไม่ อาจจะมีสอบบ้างตามความเหมาะสม เช่น การประเมินในรายวิชาภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ อาจจะให้โจทย์นักเรียนไป แล้วให้นำไปแปลงเป็น Mapping กลับมาส่ง สิ่งที่น่าสนใจคือ “ไม่มีการตัดเป็นเกรด 4 3 2 1 0” แต่จะเป็นคำอธิบายผลการประเมินเพื่อให้ผู้ปกครองได้รับทราบความก้าวหน้าทางการเรียนของบุตรหลาน อย่างไรก็ตาม หากในอนาคตนักเรียนต้องการนำผลการประเมินนี้ไปสมัครเพื่อเข้าศึกษาที่อื่น ทางโรงเรียนก็สามารถตีผลประเมินกลับมาเป็นเกรดให้ได้

ในคาบเรียนต่างๆ อาจาย์จะสอนคู่กัน แน่นอนว่าก่อนจะเริ่มทำการเรียนการสอน อาจารย์จะต้องมีการพูดคุยหารือเนื้อหาการสอนเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เท่ากับว่า แม้แต่ตัวอาจารย์เองก็ต้องเตรียมตัวอย่างเข้มข้นเลยทีเดียว โดยตารางสอนของที่นี่จะเปลี่ยนทุกเดือน เพราะต้องปรับตามความพร้อมและความเหมาะสมของนักเรียน เช่น ในช่วงเปิดเทอมแรกๆ อาจจะเน้นหนักไปที่กลุ่มฯ สังคม ทำให้มีคาบเรียนสังคมมากกว่าวิชาอื่น แต่พอกลางเทอม เริ่มเน้นที่วิทยาศาสตร์มากขึ้น ก็จะไปลดคาบเรียนวิชาสังคมแทน

ทำไมจึงไม่ต้องใส่ชุดนักเรียน?
คำถามยอดฮิตที่หลายคนต่างพากันสงสัย ทำไมนักเรียนที่นี่ไม่จำเป็นต้องแต่งชุดนักเรียนมาเรียน? ความคิดนี้เกิดจากการพูดคุยหารือกันระหว่างครูอาจารย์ ผู้ปกครอง และตัวของนักเรียนเอง ที่มีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า การให้นักเรียนได้มีสิทธิ์เลือกเสื้อผ้าชุดไปรเวตเองนั้น เป็นโอกาสที่เด็กจะได้เรียนรู้ผ่านสิ่งที่พวกเขาเลือกและตัดสินใจด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม ทุกวันจันทร์และพฤหัสบดีเป็นวันที่นักเรียนจะต้องแต่งชุดนักเรียนมา เพราะมีตลาดนัดภายในมหาวิทยาลัย จะได้แยกออกว่าใครเป็นนักเรียนหรือเป็นบุคคลภายนอก (หรือใครจะใส่ชุดนักเรียนมาทุกวันก็เป็นสิ่งที่สามารถทำได้)

วิธีการรับเข้าศึกษา
สำหรับการรับเข้าศึกษานั้น จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อออกข้อสอบ ร่วมกันระดมความคิดและออกแบบเนื้อหา ที่เน้นวัด attitude การแก้ปัญหา และกระบวนความคิด ส่วนนักเรียนที่สนใจจะเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในปีการศึกษาหน้า สามารถสมัครได้ถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน และเปิดเทอมวันที่ 15 สิงหาคมปีหน้า ค่าเล่าเรียนอยู่ที่ 100,000 บาทต่อปี สิ่งสำคัญที่่สุดคือ ผู้ปกครองที่ต้องการส่งบุตรหลานเข้าเรียนที่นี่ควรทำความเข้าใจหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนอย่างชัดเจน โดยสามารถมาเข้าร่วมโอเพนเฮาส์เพื่อเยี่ยมชมโรงเรียนได้

และคำถามที่ว่าจะมีการเปิดรับมัธยมปลายหรือไม่? ทางโรงเรียนตอบว่า ต้องประเมินความพร้อมอยู่เรื่อยๆ ซึ่งอาจจะยังไม่ใช่ในปีสองปีนี้ อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตคือ ถ้าเข้าเรียนที่นี่ จะมีโควตาเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์หรือเปล่า? เป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต แต่ไม่ได้หมายความว่า จะได้เข้าเรียนทันทีอัตโนมัติ จะต้องมีเกณฑ์ในการคัดเลือกที่เสมอภาคแน่นอน

ทางโรงเรียนปิดท้ายว่า เป้าหมายของการเรียนการสอนนั้น เป็นไปเพื่อพัฒนาตัวนักเรียนที่จะกลายเป็นผู้ขับเคลื่อนสังคมในอนาคต ให้เป็นคนที่สามารถสร้างนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ให้กับสังคมได้ …. ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าจับตามองมากทั้งตัวนักเรียนและตัวหลักสูตร เพราะหลักสูตรการเรียนการสอนของที่นี่ก็น่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงและความคึกคักให้กับวงการการศึกษาไทยได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

เครดิต: dek-d.com

256 total views, 3 views today

No Comments Yet

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!