5 แนวคิดเด็ดของ “ยาคูลท์” นมเปรี้ยว 4,000 ล้าน คู่คนไทยเกือบ 50 ปี

5 แนวคิดเด็ดของ “ยาคูลท์” นมเปรี้ยว 4,000 ล้าน คู่คนไทยเกือบ 50 ปี

อยากรู้เรื่องยาคูลท์ แต่ไม่ว่างไปถามสาวยาคูลท์… ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยว Siam Scope จะเล่าให้ฟัง

เปิดประวัติยาคูลท์ จากญี่ปุ่นสู่ไทย

– เมื่อปี พ.ศ.2473 ดร.มิโนรุ ชิโรตะ ค้นพบจุลินทรีย์กรดนมชนิดพิเศษ ที่มีชีวิตอยู่รอดในลำไส้ ถือเป็นต้นกำเนิดของ “แลคโตบาซิลลัส คาเซอิ สายพันธุ์ชิโรตะ” ที่ช่วยปรับสมดุลลำไส้

– ปี พ.ศ.2478 ยาคูลท์ถูกวางขายครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น

– ปี พ.ศ.2496 คุณประพันธ์ เหตระกูล มีโอกาสได้รับทุนไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยโกเบ เนื่องจากเขาเป็นคนที่ท้องเสียง่าย จึงมีโอกาสได้ดื่มยาคูลท์จากคำแนะนำของเพื่อน

– เขาพบว่ายาคูลท์มีสรรพคุณที่ดี ทำให้ลำไส้แข็งแรงขึ้น และในไทยยังไม่มีผลิตภัณฑ์แบบนี้ จึงมีความคิดจะเอาเข้ามาขายในไทย

– ปี พ.ศ.2513 บริษัท ยาคูลท์ (ประเทศไทย) จำกัด ถือกำเนิดขึ้น

– ปี พ.ศ.2514 ยาคูลท์มีจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ผ่านช่องทางอย่างสาวยาคูลท์ และร้านค้าในชุมชน

คุณประพันธ์ เหตระกูล ผู้นำยาคูลท์มาสู่ไทย

ยาคูลท์ไทยในปัจจุบัน ขายดีแค่ไหน!?

ผ่านไป 47 ปี ยาคูลท์กลายมาเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมและรู้จักกันทั่วประเทศ จากการตรวจสอบรายได้ของบริษัท ยาคูลท์เซลล์ จำกัด พบว่า…

ปี พ.ศ.2557 มีรายได้ 4,304 ล้านบาท กำไร 1,033 ล้านบาท

ปี พ.ศ.2558 มีรายได้ 4,292 ล้านบาท กำไร 935 ล้านบาท

ปี พ.ศ.2559 มีรายได้ 4,536 ล้านบาท กำไร 748 ล้านบาท

ปี พ.ศ.2560 มีรายได้ 4,549 ล้านบาท กำไร 952 ล้านบาท

จะเห็นได้ว่า รายได้และกำไรของยาคูลท์นั้นค่อนข้างคงที่ในทุกปี จากการเป็นเจ้าตลาดของ “นมเปรี้ยวผสมจุลินทรีย์” ซึ่งตลาดตรงนี้มีมูลค่า 8,000-10,000 ล้านบาท และนี่คือเคล็ดลับที่ทำให้ยาคูลท์ครองใจคนไทย มาได้กว่าครึ่งศตวรรษ..

1. ทำสิ่งใหม่ๆ ก่อนคนอื่น

ในปี พ.ศ.2514 ยาคูลท์ถือว่าเป็นนมเปรี้ยวผสมจุลินทรีย์เจ้าแรกในไทย ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากคุณประพันธ์รู้ถึงสรรพคุณของเครื่องดื่มดังกล่าว นั่นจึงเป็นการนำเสนอของที่มีคุณภาพ มาสู่ตลาดที่ยังไม่มีสินค้าชนิดนั้น การทำแบบนี้มีทั้งข้อดีคือเราจะได้เป็นเจ้าแรก แต่ข้อเสียก็คือ… เราไม่รู้ว่าจะขายได้หรือไม่!?

สุดท้ายแล้วความกล้าที่จะทำของคุณประพันธ์ในครั้งนั้นถือว่าคุ้มค่า เพราะผู้คนต่างตอบรับยาคูลท์ในแง่บวก จนประสบผลสำเร็จอย่างดี

2. เครือข่ายคือสิ่งสำคัญ

หลังจากการนำยาคูลท์มาผลิตขายในไทย ก็ได้รับโมเดล “สาวยาคูลท์” ขายตรงถึงบ้านของลูกค้าแบบที่ญี่ปุ่นใช้ด้วย ซึ่งในไทยไม่มีการใช้คนขายนมโดยตรงตามบ้านมาก่อน

ในจุดนี้ เนื่องจากนมเปรี้ยวผสมจุลินทรีย์เป็นสินค้าที่คนไม่รู้จัก การขายตรงเป็นกลยุทธที่ดีมาก เพราะสาวยาคูลท์สามารถให้ความรู้ลูกค้าใหม่ จนสนใจสั่งซื้อ และกลายเป็นลูกค้าประจำในที่สุด

นอกจากนี้ พวกเขาก็ยังได้เหล่าสาวยาคูลท์ เป็นตัวแทนในการวางสินค้ายังร้านโชว์ห่วยต่างๆ ในชุมชน ซึ่งเป็นอีกช่องทางที่ขายดีมากในยุคนั้น

3. ซื่อสัตย์ต่อพนักงาน-ลูกค้าเดิม

หลายกิจการอาจจะมองว่าพนักงานเล็กๆ นั้นไม่สำคัญเท่าไรนัก ตรงกันข้ามกับนโยบายของยาคูลท์ ที่สาวยาคูลท์ยังคงมีบทบาทสำคัญ แม้ในยุคปัจจุบันที่ช่องทางการขายอย่างร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven ได้รับความนิยมสูงมาก จนยาคูลท์ต้องยอมขายผ่านร้านนี้ด้วยในปี 2015แต่พวกเขายังคงขายผ่านพนักงานราคา 7 บาท และหน้าร้านสะดวกซื้อ 8 บาท เพื่อตอบแทนทั้งตัวแทน ลูกค้าประจำ ที่มีส่วนช่วยให้แบรนด์เติบโตขึ้นมา ปัจจุบันในประเทศไทยมีสาวยาคูลท์ประมาณ 5,000 คน

สโลแกน “อยากรู้เรื่องยาคูลท์ ถามสาวยาคูลท์สิคะ” คืออีกหนึ่งสิ่งสำคัญ

4. โฟกัสในสิ่งที่ตนเองถนัด

ถ้าถามว่า “ยาคูลท์” มีผลิตภัณฑ์อะไร หลายคนก็ตอบได้ทันทีว่านมเปรี้ยวผสมจุลินทรีย์แลคโตบาซิลัส ซึ่งนั่นเป็นจุดเด่นและสินค้าเดียวของบริษัทมาโดยตลอด

แม้คู่แข่งอย่างดัชมิลล์ จะเป็นเจ้าแห่งตลาดนมเปรี้ยว ซึ่งมีทั้ง นมเปรี้ยว UHT, นมเปรี้ยวผสมน้ำผลไม้ หรือโยเกิร์ต จนมีรายได้มากกว่า แต่หากวัดกันเฉพาะตลาดนมเปรี้ยวผสมจุลินทรีย์นั้น ยาคูลท์ก็ยังเป็นเบอร์หนึ่งด้วยส่วนแบ่งกว่า 40% และเป็นยักษ์ในตลาดเฉพาะนี้ที่ล้มยากมากๆ

5. ยอมปรับตัวเมื่อกระแสเปลี่ยนไป

เราจะเห็นได้จากการที่ยอมเพิ่มช่องทางการขายผ่านร้านสะดวกซื้อ หลังเกิดกระแสที่ผู้บริโภคโดยเฉพาะเด็กยุคใหม่บ่นอุบ ว่าหายาคูลท์ทานได้ยากมาก และอย่างที่ได้กล่าวในข้อที่แล้วว่ายาคูลท์เน้นไปที่ผลิตภัณฑ์เดียวก็คือ นมเปรี้ยวผสมจุลินทรีย์ แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไป ถ้าคุณสวนกระแส ก็จะเป็นคุณเองที่อยู่ไม่รอด

เทรนด์แห่ง “สุขภาพ” กำลังมา และยาคูลท์เดิมที่มีน้ำตาล 15-18% ต่อขวดกลายเป็นสินค้าที่ถูกมองว่า “ทำให้อ้วน” ไปในทันที ยาคูลท์ จึงยอมปรับตัวทำผลิตภัณฑ์ “ยาคูลท์ไลท์” ที่มีน้ำตาลเพียง 1.75% เพื่อวางขายควบคู่กันไปตามเทรนด์นี้เช่นกัน

เราได้เรียนรู้แง่มุมเรื่องของการทำธุรกิจในตลาดเฉพาะทางอย่าง “ยาคูลท์” ที่ไม่ใช่เพียงแค่เป็นเจ้าแรกแล้วจะประสบผลสำเร็จ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือพวกเขายังคงรักษาคุณภาพ ใส่ใจทั้งคู่ค้า และลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ซึ่งทำให้เป็นเจ้าตลาดและยากที่คู่แข่งจะล้มลงได้

เครดิต: billionaireth.com

5,384 total views, 8 views today

No Comments Yet

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!