โรจ สยามรวย ผู้รักษาภูมิปัญญาไทยด้วยกราฟิกดีไซน์

โรจ สยามรวย ผู้รักษาภูมิปัญญาไทยด้วยกราฟิกดีไซน์

ผู้ลงลึกและหลงรักในเส้นสายสีสันแบบไทย แล้วเอามาต่อยอดให้เป็นงานกราฟิกดีไซน์ที่แสนจะมีเอกลักษณ์

“ตอนนี้กำลังออกเเบบฟอนต์อะไรอยู่”

“การเดินทางไปบรรยายของกลุ่มเซียมไล้ครั้งล่าสุดเป็นอย่างไรบ้าง”

“การออกแบบแบบไทยประยุกต์ในกราฟิกดีไซน์หน้าตาเป็นอย่างไร”

คือบางส่วนของคำถามหลากประเด็นที่เราเตรียมไปสนทนากับ ไพโรจน์ ธีระประภา หรือ โรจ สยามรวย นักออกแบบที่เพิ่งได้รับรางวัลนักออกแบบไทย (Designer of the Year Award) ปี 2017 จากมหาวิทยาลัยศิลปากร และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หมวด Honor Award สาขา Graphic Design เพื่อให้ครอบคลุมถึงสิ่งที่เขาทำ ตามผลลัพธ์แบบที่ตาเห็นได้มากที่สุด

เหตุที่เริ่มสนใจตัวอักษรในยุคที่คนไทยน้อยคนนักจะสนใจ ต้องกล้าแค่ไหนถึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่มั่นคงในสมัยที่ผู้คนยึดมั่นกับการทำงานประจำรายได้สูงมาทำกิจการของตัวเองเมื่อสิบกว่าปีก่อน หรือการเป็นนักออกแบบที่ให้ความสำคัญกับเสน่ห์แบบไทยๆ ทั้งในงานออกแบบจนปัจจุบันต่อยอดมาเป็นกิจกรรม

ไพโรจน์เริ่มต้นทำงานเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ในกราฟิกสตูดิโอยุคบุกเบิกของไทยที่ชื่อ ‘สามหน่อ’ ก่อนจะย้ายไปสั่งสมประสบการณ์กว่า 15 ปีในตำแหน่งอาร์ตไดเรกเตอร์ของเอเจนซี่โฆษณา

หลังจากนั้นเขาก็ผันตัวเองมาเป็นฟรีแลนซ์พร้อมๆ กับเปิดร้านขายของที่ระลึกและเสื้อยืดในนาม ‘สยามรวย’ (อันเป็นที่มาของชื่อ โรจ สยามรวย) สั่งสมความชอบตัวอักษรอย่างต่อเนื่อง ก่อนเริ่มต้นทำ lettering ให้ภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่องอย่าง ฟ้าทะลายโจร, 15 ค่ำเดือน 11, หมานคร, เปนชู้กับผี ผลผลิตจากการทำ lettering สไตล์ไทยๆ ต่อยอดกลายเป็นฟอนต์พร้อมใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ อย่างฟอนต์ FahtalaiJone ฟอนต์ Mahnakorn หรือฟอนต์ Jone GlubJai

ปัจจุบัน ไพโรจน์ร่วมขับเคลื่อนกระแสไทยด้วยงานออกแบบกราฟิกผ่านการบรรยาย สัมมนาเชิงปฏิบัติการ และกิจกรรมในนามกลุ่ม ‘เซียมไล้’ (Siam Life) พร้อมกับการเป็นนักออกแบบอิสระ ที่สอนการออกแบบนิเทศศิลป์ให้มีลักษณะไทยประยุกต์ในระดับมหาวิทยาลัย เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มแรงบันดาลไทย กลุ่มไม่แสวงหากำไรที่ยกย่องภูมิปัญญาไทย ส่งเสริมให้คนไทยเห็นคุณค่าในความเป็นตัวเอง นำเสนอเสน่ห์แบบไทยและอัตลักษณ์แบบไทย โดยใช้กราฟิกดีไซน์เป็นองค์ความรู้หลัก รวมไปถึงเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม ‘เซียมไท้’ (Siam Type Foundry) สำนักออกแบบตัวพิมพ์ที่จำหน่ายฟอนต์ในราคาย่อมเยา โดยคำนึงถึงนักศึกษาและฟรีแลนซ์ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานให้มีโอกาสใช้ฟอนต์ที่ถูกลิขสิทธิ์ได้ตามครรลอง นอกจากนี้ ไพโรจน์ยังเป็นศิลปินศิลปาธร สาขาเรขศิลป์ ประจำปี 2557 อีกด้วย

เราต้องเรียนรู้ สังเกตเยอะๆ หาข้อดีข้อเสีย ว่ามันใช่สิ่งที่เราต้องการหรือเปล่า

“เราก็เหมือนคนอื่น คือต้องตั้งใจเรียน ต้องขยันหาความรู้ ต้องเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ถูกเซ็ตเอาไว้ตามกรอบของสังคม คนส่วนมากที่มองเข้ามาอาจจะอยากจะทำเเบบนี้ เราไม่อยากสนับสนุนให้ทุกคนออกจากงานประจำมาเริ่มต้นทำอะไรของตัวเองเลยนะ อยากให้ทุกคนเข้าทำงานตามระบบก่อน จะได้เข้าใจโลก เข้าใจสังคมของเราเอง เพราะไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม เราต้องรู้จักคน การปฏิสัมพันธ์มีหลากหลายวิธี คุณอาจจะไม่ได้สิ่งนี้จากการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย การทำงานในระบบเป็นโรงเรียนจริงที่คุณต้องรีบเจอ เพื่อให้ตัวเองเรียนรู้งานอย่างมีคุณภาพตามหน้าที่ความรับผิดชอบ มันเหนื่อยกว่าการเเบกรับภาระเนื้อหางานเฉยๆ อีกนะ เพราะต้องเเบ่งส่วนหนึ่งมาเรียนรู้การใช้ชีวิต การเป็นผู้เป็นคน การเป็นบุคคลในสถานะนั้นเเละประคับประคองมันด้วย ถ้าคุณอยากเป็นครีเอทีฟที่ดี คุณต้องประคับประคองตัวคุณเองให้ดำรงอยู่ในคุณสมบัตินั้น”

อะไรที่คนไม่เลือก ลองกระโจนเข้าไป

โรจเริ่มต้นหาพื้นที่เปิดร้านที่ตลาดนัดจตุจักร พร้อมกับทำงานในเอเจนซี่ เพื่อเก็บสถิติดูความเป็นไปได้ พร้อมๆ กับใช้ประสบการณ์จากการทำโฆษณา สำรวจว่าพอจะมีช่องว่างทางการตลาดตรงไหนบ้าง แล้วก็พบว่าลวดลายของเสื้อยืดในตลาดตอนนั้นไม่มีภาษาไทยเลย

“ยอมรับว่าภาษาอังกฤษสวยเเละลงตัวกว่าภาษาไทย ทุกคนพยายามจะเอาชนะปัญหาข้อนี้ มันเป็นความท้าทายอันหนึ่ง ถามตัวเองว่ามึงเป็นนักออกแบบไทยหรือเปล่า เรามีโอกาสเเล้ว เราได้ทำร้านของเราเเล้ว ก็เลยพยายามใช้ตัวอักษรไทยเป็นองค์ประกอบหลักในการทำงานกราฟิกทั้งหมด เพราะภาษาไทยจัดวางดีๆ น่าจะสวยได้ ต้องคิดเเบบนี้ ต้องเชื่อเเบบนี้ก่อน พอเชื่อปุ๊บก็จะทำได้เเละก็ทดลองทำไปเรื่อยๆ” โรจย้อนเล่าถึงการตัดสินใจครั้งนั้น

ในฐานะของการเป็นนักออกแบบไทย

“ประเทศเรามีเสน่ห์มาก ไม่ไฮเทค ไม่ได้ทันสมัยอะไร เเต่มีความสวยงามอยู่เต็มไปหมด ถึงได้ตั้งชื่อร้านเชยๆ อย่าง สยามรวย หรือ ชนบท” โรจตอบคำถามเมื่อเราถามถึงความชอบในความเป็นไทย จนทำให้เกิดกลุ่มแรงบันดาลไทย

“ทุกอย่างเกิดจากความชอบ การที่ทำเล่นๆ ก็กลายเป็นเรื่องจริงจัง เราเป็นพวกที่เห็นต้นทุนจากวัด เห็นต้นทุนจากศิลปะไทย เห็นประโยชน์จากวิถีชีวิตไทย มันดีตรงที่เราทุกคนสอนเด็ก ทุกคนจบไปก็เป็นนักออกแบบไทย ถ้าเกิดเรียนรู้วิธีการตรงนี้ไว้ อย่างน้อยก็ตอบเพื่อนชาวต่างประเทศได้ว่าถ้าอยากรู้เรื่องกราฟิกไทยมันก็จะเป็นเเบบนี้ๆ” 

 

 

บทเรียนจากนักออกแบบตัวอักษรฟรีแลนซ์

01 งานออกแบบเป็นงานที่ไม่สนองตัวเองเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเป็นการออกแบบเพื่อคนอื่น

“การออกแบบเพื่อคนอื่น คุณต้องดูว่าคนอื่นเขาเป็นอย่างไรบ้าง มีบุคลิก ลักษณะ ความต้องการ สถานะ ความรู้สึก อย่างไร ถ้าจะออกแบบตัวอักษรให้รู้สึกไทย ไทยเเบบไหน เอาไปใช้อย่างไรบ้าง งานพิธีการเหรอ พิธีการเเบบไหน หรูไหม อันนี้เป็นนามธรรมก่อน เเล้วก็สร้างให้เป็นรูปธรรมด้วยเหตุผลที่หนึ่ง เหตุผลที่สอง ถ้าคิดไม่ออกให้ไปหาตัวอย่าง เพื่อเอาไปเช็กกับลูกค้าว่างานเราควรจะอยู่ตรงไหน”

02 สร้างความสบายใจให้อีกฝ่าย เเล้วเราจะสบายใจ

“ทุกอย่างเป็นเรื่องของการสื่อสาร ไม่ว่าจะมีปัญหาหรือไม่มีปัญหาก็ต้องสื่อสาร การนัดหมายสำคัญ เรื่องเวลาสำคัญ คิดง่ายๆ เวลาคนเขารองาน เขาก็อยากรู้คำตอบ ถ้าเกิดรับงานมาเเล้วคิดไม่ออกก็ต้องบอกเขา ขอเวลา ขอต่อรอง”

03 ถ้าเป็นไปได้ ต้องมีทางเลือกให้ลูกค้า

“นึกถึงหัวอกเขา ทุกคนอยากเลือก การทำให้เขาเลือกในครั้งเเรกมันเสียเวลาก็จริง เเต่มันจะทุ่นเวลาครั้งที่สอง ครั้งที่สาม อย่างชื่อหนัง เปนชู้กับผี เราออกแบบไปเป็นปึกเลย หรืออย่างชื่อ มหา’ลัยเหมืองเเร่ ต้องการแค่คำว่า มหา’ลัย แต่เราเขียนคำว่า มหา’ลัย เยอะมาก เพื่อให้งานมันออกมาหลากหลาย”

04 เราต้องเเนะนำลูกค้าได้

“มีตัวเลือกให้เขาแล้วเราก็ต้องเลือกเองด้วย ต้องบอกลูกค้าได้ว่าอันนี้คืออะไรอย่างไร ไม่ใช่มีตัวเลือกมาก แต่เเนะนำไม่ได้”

05 ทำตัวดีๆ ก็เป็นมงคล

“บางทีลูกค้าเลือกที่ความสบายใจ คุณภาพก็พอๆ กัน เเต่อีกคนเเม่งดื้อ เขาก็เลือกอีกคน แถมคนนี้อาจจะราคาแพงกว่าด้วยซ้ำ เเพงกว่าเเต่สบายใจ ดังนั้น เรื่องการรักษาวินัยสำคัญมาก”

เครดิต: readthecloud.co

1,395 total views, 15 views today

No Comments Yet

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!