อาหารตามกรุ๊ปเลือด

อาหารตามกรุ๊ปเลือด!


5 อาหารที่มีประโยชน์และ 5 อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันการอักเสบ


อาหารทุกกลุ่มจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทได้แก่
1) อาหารที่มีประโยชน์สูงคืออาหารที่ทำหน้าที่เหมือนยา
2) อาหารที่ได้รับอนุญาตคืออาหารที่ไม่เป็นอันตรายต่อกรุ๊ปเลือด
3) อาหารที่ไม่ได้รับอนุญาตคืออาหารที่อาจเป็นอันตรายต่อเรา
กรุ๊ปเลือดโอ
นิสัย : มีระบบภูมิคุ้มกันและระบบย่อยอาหารที่แข็งแรง นอกจากนี้ยังมีกระบวนการเผาผลาญที่มีประสิทธิภาพและไม่ค่อยมีอาการเจ็บป่วย

อาหารที่ดีที่สุด : อาหารโปรตีนสูง (เนื้อไม่ติดมันและปลา) ถั่วฝักยาว ถั่ว ถั่วเหลือง ถั่วต่างๆ (เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วพีแคน เนยถั่วลิสงธรรมชาติ) ผักและผลไม้สีเหลืองและสีแดง

อาหารที่แย่ที่สุด : ข้าวสาลี ข้าวโพด ถั่วขาว ถั่วเลนทิล กะหล่ำปลี กะหล่ำดาว กะหล่ำดอก

อาหารที่ช่วยกรุ๊ปเลือด : สาหร่ายเคลป์ อาหารทะเล เกลือ ตับ เนื้อแดง คะน้า ปวยเล้งและบร็อกโคลี่

กรุ๊ปเลือดเอ
นิสัย : ผู้ที่มีเลือดกรุ๊ปเอจะปรับตัวได้ดีกับอาหารและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง มีระบบภูมิคุ้มกันดีและกระบวนการเผาผลาญอาหารที่ยอดเยี่ยม

อาหารที่ดีที่สุด : กรุ๊ปเอจะได้ประโยชน์จากอาหารมังสวิรัติมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นผักต่างๆและเต้าหู้ อาหารทะเล ธัญพืช ถั่ว ถั่วฝักยาว และผลไม้

อาหารที่แย่ที่สุด : เนื้อสัตว์ส่วนใหญ่ นม ถั่วแดง ถั่วลิมา ข้าวสาลี

อาหารที่ช่วยกรุ๊ปเลือด : น้ำมันพืช อาหารที่ทำจากถั่วเหลือง ผักและผลไม้โดยเฉพาะสับปะรด

กรุ๊ปเลือดบี
นิสัย : มีระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง ปรับตัวต่ออาหารและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ดี มีระบบประสาทสมดุล

อาหารที่ดีที่สุด : เนื้อสัตว์ (ไม่มีไก่) นม ธัญพืช ถั่ว ถั่วฝัก ผักและผลไม้

อาหารที่แย่ที่สุด : ข้าวโพด ถั่วเลนทิล ถั่วลิสง เมล็ดงา บักวีต และข้าวสาลี

อาหารที่ช่วยกรุ๊ปเลือด : ผักใบเขียวเข้ม ไข่ เนื้อกวาง ตับ ชะเอมเทศ และชา

กรุ๊ปเลือดเอบี
นิสัย : มีระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงมากเหมือนกรุ๊ปเลือดเอกับบีรวมกัน

อาหารที่ดีที่สุด : เนื้อไม่ติดมัน (ในปริมาณที่พอเหมาะ) อาหารทะเล นม เต้าหู้ ถั่วต่างๆ ถั่วฝัก ธัญพืช ผักและผลไม้

อาหารที่แย่ที่สุด : เนื้อแดง ถั่วแดง ถั่วลิมา เมล็ดพืช ข้าวโพด และบักวีต

อาหารที่ช่วยกรุ๊ปเลือด : เต้าหู้ อาหารทะเล นม ผักสีเขียว สาหร่ายเคลป์ สาหร่ายทะเล (โนริ) และสับปะรด

อาหารที่มีประโยชน์

น้ำมันมะพร้าว
น้ำมันมะพร้าวมีประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหารและระบบภูมิคุ้มกันของคนเรา อีกทั้งยังใช้ในการปรุงอาหารได้ด้วย เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวสามารถทนต่ออุณหภูมิสูงซึ่งหมายความว่าจะไม่มีการออกซิไดซ์และได้รับความเสียหายเหมือนกับน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ น้ำมันมะพร้าวยังอุดมไปด้วยกรดไขมันห่วงโซ่ขนาดกลางนอกเหนือจากกรดลอริกซึ่งมีความสำคัญต่อตับและที่สำคัญคือย่อยง่าย แถมยังช่วยเพิ่มระดับพลังงานของคุณได้อีกด้วย นอกจากนี้น้ำมันมะพร้าวยังอุดมไปด้วยไขมันตัวดีซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านจุลชีพและช่วยสร้างความสมดุลให้แก่จุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหาร ที่สำคัญยังช่วยลดระดับคาร์โบไฮเดรตและความอยากน้ำตาลลงได้

อะโวคาโด
อะโวคาโดมีไขมันตัวดีเช่นเดียวกับน้ำมันมะพร้าว ไขมันเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวซึ่งจะไม่เพิ่มอาการอักเสบในร่างกายเหมือนกับโอเมก้า 6 บางชนิดที่อุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน การทำงานของหลอดเลือดแดงจะดีขึ้นและความดันโลหิตก็จะกลับมาเป็นปกติ นอกจากนี้อะโวคาโดยังช่วยลดความอยากน้ำตาลลงได้ เพียงเพิ่มอะโวคาโดลงไปในสลัดมื้อกลางวันของคุณ คุณก็จะรู้สึกอิ่มท้องนานขึ้นและไม่รู้สึกหิวอาหารว่างในช่วงบ่าย

น้ำมันปลา
อาหารต้านการอักเสบส่วนใหญ่จะมีปริมาณไขมันสูง ในทางกลับกันน้ำมันพืชแปรรูปก็มีไขมันโอเมก้า 6 สูงและนั่นล่ะคือสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการอักเสบบ่อยๆ น้ำมันปลาอุดมไปด้วยไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งจะกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนโพรสตาแกลนดินที่ช่วยบรรเทาอาการปวดในร่างกาย เช่น โรคข้ออักเสบ อาการปวดประจำเดือน และโรคปวดกล้ามเนื้อ นอกจากนี้น้ำมันปลายังช่วยลดอาการอักเสบที่ผนังหลอดเลือดแดงได้ ดังนั้นโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดแข็ง (การแข็งตัวของหลอดเลือด) ก็จะลดลง ปลาส่วนใหญ่ก็อุดมไปด้วยแร่ธาตุซีลีเนียมซึ่งมีประโยชน์สำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการผลิตกลูต้าไธโอนซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพในตัวเอง น้ำมันปลาที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุซีลีเนียมและไขมันโอเมก้า 3 ได้แก่ ปลาแซลมอนธรรมชาติ ปลาเทราท์ ปลาแม็คเคอเร็ล ปลาเฮอริ่ง ปลาซาร์ดีน ปลากระบอก และปลากระตัก หากคุณไม่ชอบรับประทานปลาเหล่านี้ คุณคงต้องหาอาหารเสริมน้ำมันปลาและอาหารเสริมซีลีเนียมแทน

ขมิ้นชัน
ขมิ้นชันเป็นเครื่องเทศสีเหลืองที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย คุณสามารถหาซื้อได้ในซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป สิ่งที่ทำให้ขมิ้นชันมีความพิเศษคือส่วนประกอบที่เรียกว่าเคอคูมินซึ่งมีสรรพคุณช่วยบรรเทาความเจ็บปวดตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังต่อต้านการอักเสบและทำให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น รวมถึงบรรเทาอาการท้องอืดและอาหารไม่ย่อยด้วย

ดาร์กช็อกโกแลต
ดาร์กช็อกโกแลตเป็นอาหารอีกประเภทหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตามคุณต้องเลือกช็อกโกแลตที่มีปริมาณโกโก้ร้อยละ 85 หรือสูงกว่านั้น ดาร์กช็อกโกแลตมักจะไม่มีส่วนผสมของนมและเลซิตินจากถั่วเหลือง เลซิตินจากถั่วเหลืองจะถูกดัดแปลงพันธุกรรมและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ นอกจากนี้ดาร์กช็อกโกแลตยังอุดมไปด้วยโพลีฟีนอลซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์อย่างมากเนื่องจากจะช่วยกำจัดพิษจากสารอนุมูลอิสระทั้งหมดในร่างกายและยังช่วยเพิ่มระดับไขมันตัวดีในร่างกายด้วย

เครดิต: tophealthylife.com

1,049 total views, 9 views today

No Comments Yet

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!