ลิ้มรสผลไม้ไทย

ลิ้มรสผลไม้ไทย

การกินผลไม้เป็นสิ่งที่อยู่ในอับดับต้นๆ เมื่อพูดถึงสิ่งที่ชอบในการมาเที่ยวเมืองไทย อย่างไรก็ตาม อุปสรรคทางด้านภาษาและความไม่รู้ว่าอะไรอยู่ภายใต้ผิวของผลไม้ที่แปลกตาเหล่านั้น นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยรู้จักผลไม้อื่นๆ นอกจากมะม่วง กล้วย มะละกอหรือ แก้วมังกรที่เสริฟตามบุฟเฟ่ต์ของโรงแรมเท่านั้น

ในบทความนี้ เราจะแนะนำผลไม้ขึ้นชื่อของไทย 14 ชนิดและบางชนิดเรามั่นใจได้ว่าคุณอาจะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน เรายังรวมชื่อเรียกภาษาไทยของผลไม้ชนิดต่างๆ ด้วยเพื่อให้คุณสามารถคัดลอกและสามารถสั่งผลไม้ตามร้านขายผลไม้ในพื้นที่ท้องถิ่นได้  เรายังได้กล่าวถึงฤดูกาล (เดือน) ของผลไม้แต่ละชนิดที่ถูกเก็บเกี่ยวและขายซึ่งเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากในการรู้ถึงฤดูของผลไม้แต่ละชนิดเพราะว่าผลไม้ของไทยจะมีรสชาตอร่อยที่สุดเมื่อรับประทานตามฤดูกาล

  1. ลองกอง

เดือน : กรกฎาคม – ตุลาคม

ลองกองมีต้นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผลไม้รสหวานฉ่ำนี้มีลักษณะของเนื้อสัมผัสเหมือนกับเสาวรสเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ลองกองจะมีเปลือกสีเหลืองอมน้ำตาลอ่อนและมีเนื้อที่มีสีขาวขุ่น ในประเทศไทยมีผลไม้ที่มีลักษณะเหมือนลองกองอยู่อีกหนึ่งชนิดซึ่งรู้จักกันในชื่อ ลางสาด

สำหรับการรับประทานนั้น คุณสามารถเปลือกลองกองออกด้วยการกดเบาๆ และลอกเปลือกออกเป็นแถบๆ คุณอาจเห็นน้ำยางสีขาวๆ ซึมออกมาจากเปลือก มันจะมีรสขมนิดหน่อย และไม่เป็นอันตรายค่ะ

  1. น้อยหน่า

เดือน: มิถุนายน – กันยายน

น้อยหน่ามีเนื้อที่นุ่มและมีรสชาติที่หวานมาก เป็นที่นิยมปลูกกันในทุกพื้นที่ของประเทศไทยและหาซื้อได้ง่ายในร้านขายของตามท้องถิ่น สำหรับการรับประทานใช้มือแบ่งน้อยหน่าออกเป็นสองส่วนและตักเนื้อน้อยหน่านุ่มๆ ด้วยช้อน

  1. มังคุด

เดือน: พฤษภาคม – กันยายน

มังคุดมีรสชาติหวานและความเปรี้ยวเล็กน้อยที่เกิดจากเปลือกมังคุดที่อยู่ติดกับผลไม้ มังคุดเป็นที่รู้จักกันในนาม ‘ราชนินีแห่งผลไม้’ ด้วยเหตุที่ว่ามังคุดมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก

วิธีการนำเอาผิวของมังคุดออกได้ดีที่สุด คือการผ่าลงตรงกลางของมังคุดและใช้นิ้วแยกส่วนของมังคุดออกจนเผยให้เห็นเนื้อที่มีสีขาวดั่งหิมะ ในเนื้อของมังคุดอาจจะมีเม็ดขนาดใหญ่อยู่ซ่อนอยู่

  1. ส้มโอ

เดือน: สิงหาคม – พฤศจิกายน

ส้มโอเป็นผลไม้ที่มีลักษณะคล้ายเกรปฟรุตในหลายๆ ด้าน ถึงแม้ว่าจะมีรสชาติหวานมากกว่าก็ตาม ส้มโอเป็นผลไม้ในตระกูลส้มและมีสายพันธุ์ที่มีสีชมพูและเหลืองแตกต่างกันออกไป

คุณจะพบเห็นส้มโอที่ปอกเปลือกเรียบร้อยแล้วที่ขายเป็นแพคอยู่บ่อยครั้ง แต่ถ้าหากคุณซื้อส้มโอทั้งลูกเพียงแค่ปอกเปลือกสีเขียวด้านนอกออกและเอาเนื้อที่เป็นสีขาวๆ ออกเล็กน้อยจากนั้นก็สามารถรับประทานได้แล้ว

  1. ชมพู่

เดือน: ตลอดทั้งปี

ผลไม้ชนิดนี้เป็นที่จดจำได้ง่ายเพียงแค่คิดถึงชื่อดาราสาวสวยที่มีชื่อเดียวกันคือ ชมพู่ (Chom Poo) ผลไม้ดังกล่าวให้ความรู้สึกสดชื่น จึงเหมาะแก่การรับประทานในวันที่มีอากาศร้อน หากชมพู่สุกมากเกินไปจะมีรสชาติฝาด ดังนั้นคุณจึงไม่ควรทิ้งชมพู่ไว้ในตู้เย็นเกินหนึ่งวัน หากต้องการรับประทาน คุณเพียงฝานผ่านเปลือกชมพูเหมือนที่ฝานเปลือกแอปเปิ้ลและนำเอาแกนแข็งๆ ของชมพูออกเท่านั้นเอง

  1. มะม่วง

เดือน: ตลอดทั้งปี

คุณสามารถพบเห็นมะม่วงหลากหลายชนิดได้ทั่วประเทศไทย แต่ชนิดที่หวานและสุกจะเป็นที่นิยมมากที่สุดในหมู่นักท่องเที่ยว มะม่วงเป็นผลไม้ที่อร่อยด้วยตัวของมันเอง หรือจะกินคู่กับของหวาน เช่น ขข้าวเหนียวมะม่วง ราดด้วยน้ำกะทิ ก็ได้

การปอกเปลือกมะม่วงนั้นคือกการฝานเปลือกมะม่วงเป็นทางยาวและหั่นมะม่วงเป็นสี่เหลี่ยม ในขณะที่หั่นให้หั่นใกล้เม็ดของมะม่วงที่อยู่ตรงกลาง

  1. สับปะรด

เดือน: เมษายน – มิถุนายน / ธันวาคม – มกราคม

สับปะรดเมื่อสุกพอดีจะมีรสชาติที่หวานมาก ฉ่ำน้ำ มีเนื้อนุ่มและหอม บ่อยครั้งการทายสัปปะรดพร้อมจิ้มเกลือเล็กน้อยจะช่วยลดอาการกัดจากสับปะรดได้ อีกทั้งยังเป็นเทคนิคที่ใช้ยืดอายุของสับปะรดด้วย

การผ่าสับปะรดที่ดีที่สุด คือ การตัดหัวของสับปะรดออกจากนั้นก็ปอกเปลือกออกโดยเริ่มจากท้ายก่อนและวางลงบนเขียงและค่อยๆ ปอกเปลือกออกทีละชิ้นเพื่อให้มั่นได้ว่าคุณปอกลึกพอที่จะเอาตาสับปะรดออกไปได้หมด

  1. ละมุด

เดือน: กันยายน – ธันวาคม

ละมุดมีลักษณะโดดเด่นในเรื่องของเนื้อที่มีสีน้ำตาลคาราเมล และเนื้อสีน้ำผึ้งที่ให้รสชาติหวานฉ่ำเมื่อละมุดสุกมากขึ้น

ในการรับประทานให้ตัดครึ่งและบีบผลไม้ออกจากเปลือกหรือปอกเปลือกด้วยมีดอย่างระมัดระวัง

  1. ลิ้นจี่

เดือน: เมษายน – มิถุนายน

คุณอาจเคยเห็นผลไม้ชนิดนี้ แต่คำถามคือคุณเคยลองชิม ลิ้น-จี่  (lin-chi) หรือไม่? เมื่อคุณปอกเปลือกสีชมพูอมแดงออก คุณจะได้ลิ้มรสผลไมที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว ซึ่งเมื่อคุณเริ่มกินแล้ว คุณจะหยุดไม่ได้ !และหากคุณมีโอกาส คุณควรลองลิ้นจี่ไทยปั่น

เปลือกของลิ้นจี่ปอกได้ง่ายๆเพียงใช้นิ้วหัวแม่มือเจาะไปที่เปลือกของลิ้นจี่

  1. เงาะ

เดือน: พฤษภาคม – กันยายน

เงาะเป็นที่โปรดปรานของคนไทยและชาวต่างชาติ เงาะจะมีหน้าตาค่อนข้างแปลกสำหรับผู้ที่พบเห็นครั้งแรก ภายใต้เปลือกสีแดงและเส้นขนมากมายนั้น คือ เนื้อสีขาว เหนียวนิดๆ กรอบๆ หน่อย รสชาดหวานพอดี ผู้ที่มีประสบการณ์ในการปอกเปลือกจะใช้หัวแม่มือในการบีบอย่างง่ายดาย แต่สำหรับมือใหม่นั้นอาจจะต้องอาศัยมีดในการผ่า เม็ดของเงาะมีรสชม ระวังอย่ากัดเข้าล่ะ

  1. ลำใย

เดือน: มิถุนายน – สิงหาคม

หรือในอดีตเรียกว่า “ตามังกร” ผลลำใยจะคล้ายกับลิ้นจี่ แต่มีรสหวานกว่าเล็กน้อยและไม่ฉ่ำ เนื้อลำใยมีลักษณะโปร่งแสงคล้ายกับเนื้อลองกองและ ด้วยความที่มีชื่อใกล้เคียงกัน บ่อยครั้งนักท่องเที่ยวจึงมักสับสนระหว่างผลไม้สองชนิดนี้ วิธีการที่ง่ายที่สุดในการปอกเปลือกลำใย คือ ใช้เล็บหัวแม่มือจิกและฉีกเปลือกออก หลีกเลี่ยงเม็ดที่แข็งและกินไม่ได้ที่อยู่ตรงกลางของเนื้อลำใยด้วยนะคะ

12. ขนุน

เดือน: ตลอดทั้งปี

ขนุนเป็นผลไม้ดั้งเดิมในแถบป่าดิบชื้นของเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และพบได้ทั่วไปทั่วประเทศไทย ด้วยรูปลักษณ์ที่มีขนาดใหญ่ ขนุนมีผิวที่หนาและยังมีน้ำหนักได้ถึง 36 กิโลกรัม พร้อมทั้งความยาวที่อาจมากถึง 90 เซนติเมตร เนื้อสีเหลืองหรือสีส้มของขนุนมีรสชาติหวานและไม่ซ้ำใคร ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะปอกขนุนด้วยตัวคุณเอง ดังนั้นการซื้อขนุนที่ปอกสำเร็จดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

  1. ทุเรียน

เดือน: เมษายน – สิงหาคม

ทุเรียนถูกขนานนามว่า ‘ราชาแห่งผลไม้’ เหมือนกับมาร์ไมท์ (Marmite) ที่ทำจากยีสต์ คุณอาจจะชอบหรือคุณอาจจะเกลียดทุเรียนไปเลยก็ได้ เพราะว่าทุเรียนมีกลิ่นที่ค่อนข้างฉุนและมักถูกห้ามไม่ให้นำเข้าไปในห้องพักของโรงแรม ทุเรียนมีหลากหลายสายพันธุ์ เช่น หมอนทอง ก้านยาวและชะนี โดยทั้งสามสายพันธุ์เป็นที่นิยมซื้อมากที่สุด

ผลทุเรียนมีขนาดใหญ่ และเต็มไปด้วยหนาม ทุเรียนหนึ่งลูกจะประกอบไปด้วยพลูประมาณ 3- 5 พลู ซึ่งในหนึ่งพลูอาจมีทุเรียน 1 ถึง 5 เมล็ด ซึ่งแต่ละชิ้นมีรสหวานและเนื้อที่ชุ่มเหมือนครีมเลยทีเดียว !

  1. กล้วยน้ำว้า

เดือน: ตลอดทั้งปี

กล้วยน้ำว้าจะมีรสชาดไม่หวานเท่า “กล้วยหอม” (กล้วยหอมยาวขนาดมาตรฐาน) กล้วยมีขนาดเล็ก เหมาะที่จะเป็นส่วนหนึ่งของซีเรียลในอาหารเช้าหรือขนมขบเคี้ยวที่มีประโยชน์ เมื่อคุณซื้อกล้วยหนึ่งหวีให้แน่ใจว่าคุณหยิบหวีที่สุกบางลูกเพื่อจะกินในวันที่ซื้อได้เลย และส่วนที่เหลือที่เกือบสุกนั้นจะเก็บได้ในอีกสองสามวัน หากคุณซื้อกล้วยที่สุกเกินไปกล้วยจะมีสีดำภายใน 48 ชั่วโมง

แล้วอะไรคือผลไม้โปรดของคุณล่ะ!

ถ้าคุณยังสงสัยว่าทำไมต้นมะพร้าวไม่ได้อยู่ในรายชื่อนี้ นั่นก็เพราะมะพร้าวมีเมล็ดเดียว และมีเส้นใยหรือเป็นที่รู้จักว่ามีผลที่แห้ง ซึ่งเมื่อใช้คำนิยามแบบกว้างๆ มะพร้าวสามารถเป็นได้ทั้งผลไม้ ถั่ว และเมล็ด!

เครดิต: thethailandlife.com

3,034 total views, 9 views today

No Comments Yet

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>

Do NOT follow this link or you will be banned from the site!